ผีเฝ้าเสา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีเฝ้าเสา
ผีเฝ้าเสา
ผีเฝ้าเสา

ผีเฝ้าเสา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งเข้ามาจากคุณบาส (นามสมมุติ) เกิดเรื่องที่เกิดสังกัดญาติของคุณบาส ซึ่งเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของกลุ่มวิศวกร ออกแบบก่อสร้าง ห้างแห่งหนึ่ง ในจ.กรุงเทพฯ จะต้องดูแลเรื่องออกแบบองค์ประกอบ งานก่อสร้าง ควบคุมช่าง แล้วก็ดูแลงาน ตามขั้นตอน ตามแบบแปลน ที่วางไว้ คุณบาสเล่าว่ากล่าว..

ภายหลังสร้างเสร็จแล้ว ก็มีร้านต่างๆมาเช่าเปิดร้านกันมากมาย แต่ว่าส่วนมากก็จะอยู่กันได้ไม่นาน ก็จะย้ายออกครับ เจ๊ง.. แล้วก็ทางห้างก็จะหาผู้เช่ารายใหม่ถัดไปเรื่อย.. มีคนได้ยินเรื่องเล่ากันจากพ่อค้า แม่ค้าที่ย้ายออกไปว่า ช่วง เวลากลางคืน ตอนเก็บร้าน ก็จะได้ยินเสียงเดินไปมา ทั้งที่ไม่มีใคร หรือจนกระทั่งยาม แม่บ้าน ก็พบกันทุกราย.. แม่บ้านทำความสะอาด ที่มาดำเนินการก่อนห้างเปิด พบคนนั่งร้องให้ บ้างก็มองเห็นเสื้อผ้าลอยได้.. ตอนห้างปิด ยามมองเห็นในกล้องวงจรปิดถ่ายภาพคน วิ่งทะลุหายไปในกำแพงเฉยๆพากันขวัญผวาไปใหญ่ ในที่สุดห้างก็แทบจะเจ๊งไป เพราะย้ายออกกันหมด

กระทั่งมีการเปลี่ยนมือประธานเจ้าใหม่เข้ามา ก็จะมีการปิดปรับปรุง เปลี่ยน วางแบบด้านในใหม่ โดยได้ว่าจ้างทีมวิศวกรกรุ๊ปเดิม ซึ่งหนึ่งในซึ่งก็คือพี่น้องของผม เข้ามาคุมงาน.. คืนวันหนึ่ง ตอนนั้นคงจะประมาณ 5 ทุ่ม เหล่าช่าง รวมทั้งคนงานที่มาทำงานตกแต่งร้านค้า ก็พากันกลับหมดแล้ว ส่วนกลุ่มวิศวกร ก็พากันขึ้นไปทานข้าว ที่ร้านอาหารชั้น 5 ซึ่งก็ปิดเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน แต่ยังเพียงพอมีโต๊ะ เก้าอี้ให้นั่งอยู่ ต่างคนต่างซื้อของกินจากด้านนอก มากินร่วมกัน.. ระหว่างที่ทานข้าวกันอยู่ เครือญาติผมก็ชำเลืองไปพบ สตรีกลางคนคนนึง นั่งอยู่ในมุมมืด.. สายตาคุณ ดูมาทางกรุ๊ปวิศวะ ที่ทานข้าวกันอยู่.. หัวหน้าบอกกับพี่น้องผมว่า ‘คนไหนกันแน่วะ ดึกดื่นๆดื่นๆยังไม่กลับอีก ไปนั่งอยู่ที่ตรงนั้น ไปเรียกเค้ามากินข้าวร่วมกันสิ..’ รวมทั้งบอกให้พี่น้องผม ไปเรียกหญิงหญิงคนนั้นมา พี่น้องผมก็เดินไปถาม ‘พี่ขอรับๆเพราะเหตุใดยังไม่กลับอีก? มาทำอะไรอยู่นี้ หัวหน้าผม ให้มาเชิญชวนไปรับประทานร่วมกัน..’ แต่ว่าก็ไม่มีเสียงตอบรับสักคำ.. พี่น้องผมถามคำถามเดิมไปอีกที กระทั่งท้ายที่สุด เพศหญิงคนนั้นก็ตอบกลับมาช้าๆเสียงออกสำเนียงอิสานว่า ‘บ่ไปหรอก..ให้หัวหน้ามากินที่นี่สิ’

ญาติผมก็ตะคอกไปบอกหัวหน้า ที่นั่งห่างไปไม่ไกลมากแค่ไหนว่า ‘หัวหน้าครับ คุณไม่ไปหรอก เธอให้เรา ย้ายมากินที่โต๊ะของคุณนะครับ..’ หัวหน้าก็ร้องกลับมาว่า ‘จะบ้าหรอยังไง เรามากกว่า จะให้ย้ายไปที่คนน้อยกว่าได้ยังไง มานั่งตรงนี้สิ..’ ผู้หญิงคนนั้นได้ยิน ก็เบาๆหันไปทางศีรษะหน้าช้าๆดูแบบตาขวาง ไม่กระพริบตา แล้วบอกขึ้นว่า ‘หัวหน้า.. ไม่เจอะกันตั้งนาน ยังใจดำเหมือนเดิมนะ!’ หัวหน้าก็มึนงง ‘คุณรู้จักผมหรอ?’ ผู้หญิงคนนั้นตอบว่า ‘เพราะเหตุใดจะไม่เคยทราบล่ะ.. เวลาผ่านมาไม่นาน ทำเป็นจำไม่ได้ ก็ฉันอยู่ที่เสาชั้น 2 ที่หัวหน้าไม่ยอมเอาฉันออกมายังไง..’ เพียงแค่นั้นล่ะ หัวหน้าพี่น้องผม วิ่งป่าราบก่อนเพื่อนเลย ลูกน้องทุกคนที่นั่งอยู่ ก็วิ่งตามกันไปแบบงงๆ.. จนวิ่งออกมาหน้าอาคาร ทุกคนถามหัวหน้าว่า กำเนิดอะไรขึ้น? หัวหน้าหันมาตอบเสียงสั่นเครือว่า ‘เมื่อกี้ไม่ใช่คน..’ รวมทั้งเล่าที่เกิดขึ้น โดยสั่งย้ำทุกคนว่า ห้ามเปิดเผย ตราบจนกระทั่งพวกเราจะหมดภาระ จากการเป็นที่ปรึกษาของบริษัทนี้ก่อน..

หัวหน้าเล่าให้ฟังว่า.. ตอนก่อสร้างตึกครั้งแรก มีคนงานสตรีคนหนึ่ง ตกลงไปในเสาเอก (เสาหลัก) ตอนเทปูน มาพบอีกครั้ง ก็ขณะที่แกะบล็อคออกจากเสา ถึงทราบดีว่ามีคนอยู่ด้านใน.. จะเอาออกก็ไม่ได้ จะต้องทำการรื้อใหม่อีกทั้งชั้น จะสูญเสียงบประมาณไปหลายล้านบาท.. คราวหลังก็มารู้ว่า ผู้ที่ติดอยู่ด้านใน เป็นเมียคนงานที่ทำงานอยู่ตรงนี้เอง ข้างผู้รับเหมา และวิศวะเลยจำต้องเสนอเงินปริมาณหนึ่ง ให้กับผัว รวมทั้งตกลงใจฉาบปูนทับไปเลย โดยไม่มีการเอาศพออก แล้วก็ปิดเป็นความลับ จนถึงในที่สุดเรื่องก็เงียบไป.. แม้กระนั้นอย่างว่าล่ะนะครับ มันเลยเป็นอาถรรพ์ ผู้ใดมาบริหารห้างนี้ เจ๊งแล้ว เจ๊งอีก เวลานี้ ก็ยังเฮี้ยนไม่เลิกขอรับ เห็นอกเห็นใจผู้ครอบครองใหม่ พ่อค้า แม่ค้า แม่บ้าน และก็ยาม ที่เขาไม่รู้เรื่อง แต่จำต้องมาเจอดี..

Author: Donnell

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *